English Version text size - | +
GSPA NIDA

แวดวง รศ.

เรื่อง : EROPA 2011 BANGKOK,THAILAND 77 นักวิจัย นักวิชาการ ข้าราชการระดับสูง จาก 10 ประเทศ ร่วมเสนอผลงาน


คมชึดลึก

วันที่ 17 กันยายน 2554

EROPA 2011 BANGKOK

EROPA 2011 BANGKOK,THAILAND 77 นักวิจัย นักวิชาการ ข้าราชการระดับสูง จาก 10 ประเทศ ร่วมเสนอผลงาน

 โครงการประชานิยมที่จะต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่ต้อการงบประมาณเพิ่มมากขึ้น ภายใต้ความท้าทายและวิกฤติครั้งนี้ ภาครัฐจะรับมือได้อย่างไร จะมีการวางแนวทางการใช้จ่ายอย่างไรให้เหมาะสมกับวิกฤติการเงินในเวลานี้“

     

ประเด็นบทบาทของรัฐ การท้าทาย โอกาสและนวัตกรรม ในทศวรรษหน้า “Challenges, Opportunities, and Innovation in Public Administration in the Next Decade ในการประชุมใหญ่ทางวิชาการระดับนานาชาติ ครั้งที่ 23 ทางด้านรัฐประศาสนศาสตร์ EROPA 2011 กำลังจะเริ่มขึ้นแล้วในเดือนหน้า มีนักวิชาการจากนานาชาติ นักวิจัย และเจ้าหน้าที่ของรัฐระดับสูง ด้านนโยบายสาธารณะและบทบาทของรัฐ จาก 10 ประเทศ ได้เสนอผลงานวิจัยมาแล้วกว่า 77 ผลงาน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมให้วิพากษ์วิจารณ์แสดงความเห็นกันต่อไป ระหว่างวันที่ 23-27 ตุลาคม 2554 ที่จะถึงนี้ ณ คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ประเทศไทย รับเป็นเจ้าภาพ

      การประชุมครั้งนี้ ได้เปิดโอกาสให้นักวิชาการไทยนำเสนอผลงาน บทความ งานวิจัย บทความที่เกี่ยวข้อง เพื่อเสริมสร้างเครือข่ายระหว่างนักวิชาการและนักวิชานานาประเทศ ให้สามารถเรียนรู้บทเรียนของการกำหนดนโยบายและดำเนินนโยบายของรัฐ ระบบการบริหารงานภาครัฐ โดยเฉพาะปีนี้ได้เน้นเรื่องเกี่ยวกับนโยบายของรัฐ บทบาทของรัฐ กับนโยบายประชานิยม อันเป็นเรื่องที่ท้าทายและมีผลกระทบต่อ “การเงินการคลัง” ของประเทศในอนาคตอย่างมาก

      “ความท้าทาย โอกาส และนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านรัฐประศาสนศาสตร์” เป็นการศึกษาถึงการกำหนดนโยบายของรัฐ ที่จะมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อการบริหารภาครัฐ ในยุคที่กำลังเกิดวิกฤติการณ์ทางเศรษฐกิจทางการเงิน ที่กำลังโหมกระหน่ำอย่างรุนแรงในยุโรป สหรัฐอเมริกา และยังเกิดวิกฤติด้านศรัทธาต่อการบริหารภาครัฐในบริเวณพื้นที่ตะวันออกกลาง ที่เรียกว่าเป็น “สปริงบอร์ด” ของการเปลี่ยนแปลง ที่นักรัฐประศาสนศาสตร์หรือผู้กำหนดนโยบายในภาครัฐจะละเลยที่จะต้องติดตามอย่างกระชั้นชิดไม่ได้อย่างเด็ดขาด เพราะจะเกิดการเปลี่ยนแปลงและมีผลกระทบถึงผู้บริหารภาครัฐในการกำหนดนโยบายด้วย

       อีกประเด็นที่น่าติดตามคือ การท้าทายอำนาจและบทบาทของภาครัฐในปัจจุบันนั้น มีคำถามว่า ในภาวะการเช่นนี้ “ภาครัฐสามารถทำได้โดยลำพังฝ่ายเดียวหรือ?” จะละเลยบทบาทของภาคเอกชนได้หรือไม่? หรือหามีวิธีการที่จะต้องเปลี่ยนแปลงให้เกิดการบริหารภาครัฐสมัยใหม่ที่เหมาะสมด้วยวิธีใด? และภาครัฐจะดำเนินการอย่างไรในการดำเนินการตามนโยบายที่ให้สัญญากับประชาชนในระหว่างการเลือกตั้ง กับที่ต้อง “ตัดงบประมาณ” ของหน่วยราชการต่างๆ ลงไป ขณะที่รายได้ของรัฐ

      “มีไม่เพียงพอ” ให้ใช้ได้ตามนโยบายที่กำหนด  นับเป็นความท้าทายอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารในภาครัฐ

      ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นจากเชื่อมโยงกันของคนทั่วโลก ผลจากโลกาภิวัตน์ คาดว่าจะเกิดระเศรษฐกิจใหม่ สังคมใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ และการเมืองใหม่ที่ท้าทายยิ่ง คาดว่าทุกรัฐบาลผู้บริหารทั่วโลกทุกประเทศจะต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นอย่างแรงจากภาคพลเมือง ที่มีคาดหวังสูงว่า รัฐบาลจะต้องมีขีดความสามารถสูงในการความรับผิดชอบต่อการแก้ไขปัญหาและจัดให้การบริการอย่างทั่วถึงสนองความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม

      ภาครัฐจะต้องเตรียมตัวรับกับโฉมหน้าใหม่ที่กำลังก่อตัวขึ้นเรียกร้องให้ผู้บริหารภาครัฐคิดใหม่ ทำใหม่ ในการจัดการภาครัฐตามแนวทางประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่จะละเลยไม่ได้อีกต่อไป

     การเผชิญกับความท้าทายใหม่ครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องง่าย ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทั้งในภาคการเมืองและเศรษฐกิจสังคมพร้อมๆ กัน อย่างคาดหมายไม่ได้ เวทีการประชุมใหญ่ EROPA ครั้งที่ 23 ที่กรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ จึงเป็นการประชุมใหญ่ที่เน้นประเด็นสำคัญหลัก คือ แนวทางรัฐประศาสนศาสตร์ในการเผชิญกับ “การท้าทาย โอกาส และนวัตกรรมใหม่ ในทศวรรษใหม่” ที่เชื่อว่าจะสามารถนำไปสู่การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การค้นคว้าวิจัย ถึงวิธีการบริหารภาครัฐยุคใหม่ ให้สอดคล้องยั่งยืน นำประเทศไปอยู่การพัฒนาอย่างมีเสถียรภาพในช่วงทศวรรษต่อไป ท่ามกลางการเปลี่ยนที่รวดเร็ว

      ประเด็นแรกที่จะมีการถกและนำเสนอผลงานวิจัยหลักคือ ภาวะการทางด้านการเงินการคลัง ที่ภาครัฐส่วนใหญ่มีแนวโน้มเพิ่ม “ค่าใช้จ่ายในแนวประชานิยม” ขณะที่รายได้ที่ได้มีน้อยกว่าที่ต้องการใช้ แล้วจะเกิดอะไรขึ้นหรือต้องทำอย่างไรกับงบประมาณรายได้รายจ่าย

      ประเด็นเกี่ยวกับการเงินการคลัง ในหัวข้อ Fiscal Retrenchment หรือ การปรับลดค่าใช้จ่ายทางการคลัง ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายสังคมอยู่ในเวลานี้ การนำเสนอผลงานภายใต้หัวข้อดังกล่าวจะเน้นเกี่ยวกับการทำความเข้าใจวิกฤติการเงินที่กำลังเกิดขึ้นในเวลานี้ และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั่วโลก ในขณะที่รายรับของภาครัฐลดลงเนื่องจากสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ แต่ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น ต้องการโครงการด้านสังคมที่จะมาช่วยบรรเทาปัญหาดังกล่าว

      นอกจากนี้โครงการประชานิยมที่จะต้องทำตามคำสัญญาที่ให้ไว้ในช่วงหาเสียง กลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ ที่ต้องการงบประมาณเพิ่มมากขึ้น ภายใต้ความท้าทายและวิกฤติครั้งนี้ ภาครัฐจะรับมือได้อย่างไร จะมีการวางแนวทางการใช้จ่ายอย่างไรให้เหมาะสมกับวิกฤติการเงินในเวลานี้ 

      ปัญหาหนี้สินสาธารณะจะแก้ไขกันอย่างไร ประเด็นเรื่องการค้าระหว่างประเทศจะบริหารจัดการอย่างไร การบริหารจัดการทรัพยากรควรจะเป็นแบบไหน จึงจะเหมาะสมกับวิกฤติการเงินที่ท้าทายอยู่ในปัจจุบัน เป็นต้น      

      ประเด็นที่สอง เป็นประเด็นเกี่ยวกับบทบาทของรัฐในการจัดการกับความท้าทาย จากสถานการณ์ของประเทศและของโลกในเวลานี้จะพบว่า นอกจากวิกฤติทางการเงินแล้ว ภาครัฐยังต้องเผชิญกับสิ่งท้าทายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ภาวะโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงของสภาวะอากาศ ปัญหาพลังงาน การเสื่อมโทรมของทรัพยากรธรรมชาติ การขาดแคลนอาหารที่จะเลี้ยงดูประชากร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีความอดอยากอย่างหนัก

      ที่สำคัญปัญหาที่ว่า จะบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ให้เป็น ”ทุนมนุษย์ (human capital)” ได้อย่างไร ในฐานะที่มนุษย์ถือเป็น ศูนย์กลางของปัญหาและทางออกของปัญหา ภายใต้ความท้าทายดังกล่าว รัฐจะต้องปรับบทบาทของตัวเองอย่างไร การเปลี่ยนบทบาทจากผู้ควบคุม และทำงานเองโดยลำพัง มาเป็นการสร้างเครือข่ายหรือประสานความร่วมมือกับภาคส่วนอื่นจะทำอย่างไร ทักษะความเชี่ยวชาญใหม่ของภาครัฐควรเป็นอย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทใหม่ของรัฐ

      ประเด็นที่สาม เป็นประเด็นเกี่ยวกับ นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการภาครัฐ ในส่วนนี้จะเน้นไปที่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ในการปรับปรุงการให้บริการของภาครัฐในทุกระดับ การนำแนวคิด วิธีการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ของประเทศต่างๆ เป็นอย่างไร บทเรียนของประเทศต่างๆ ในการนำนวัตกรรมมาใช้ เงื่อนไขความสำเร็จของรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ผลกระทบของสื่อสังคมที่มีต่อธรรมาภิบาล ประชาธิปไตยแบบดิจิทัล ผู้นำกับนวัตกรรม การมีส่วนร่วมของประชาชนกับนวัตกรรม

      ปัจจุบัน EROPA มีสมาชิกนักวิจัย นักวิชาการและหน่วยงานของภาครัฐจากประเทศจีน อินเดีย อินโดนีเซีย อิหร่าน ญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ เนปาล เกาหลี ไทย และเวียดนาม มีเป้าหมายเพื่อร่วมกันกำหนดนโยบายและร่วมมือทางวิชาการระหว่างภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ในการพัฒนาความรู้ระบบการบริหารภาครัฐ มีการจัดประชุมหมุนเวียนกันไป ปีนี้ไทยรับเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมปี 2554

      ก่อนหน้านี้ไทยเคยเป็นเจ้าภาพครั้งแรกเมื่อ 50 ปีที่แล้วในปี 2502 และอีกครั้งในปี 2545 
 

      พิเศษ...เปิดเวทีถก “ฟอรัม ผู้นำเอเชีย”

      ในการประชุมครั้งนี้ ได้เตรียมเปิดฟอรัมถกเรื่อง ผู้นำเอเชีย ซึ่งเป็นเวทีเปิด โดยเฉพาะสำหรับผู้นำภาครัฐที่มีส่วนในการกำหนดนโยบายสาธารณะ เพื่อถกเข้าประเด็น การจัดการกับวิกฤติทางการเงิน ยุทธศาสตร์ นวัตกรรมและทางออกใหม่ๆ ในการเผชิญหน้ากับวิกฤติการทางเศรษฐกิจที่กำลังทรุดตัว ตกต่ำทั่วโลกในขณะนี้

      ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้ ตกอยู่ในภาวะที่ทรุดตัวลง การประคับประคองเป็นไปอย่างลำบาก และทางที่จะฟื้นตัวก็ล่าช้า ไม่ทันการณ์ มีแต่การเพิ่มภาระหนี้มากขึ้น การเติบโตมีแต่ความเหลื่อมล้ำและสังคมก็เกิดปัญหาไม่สิ้นสุด

      การถกกันในประเด็นปัญหาหลักๆ ของโลกที่มีผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียแน่นอน จึงเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการกำหนดบทบาทของรัฐและกำหนดนโยบายในทางรัฐประศาสนศาสตร์ทุกวันนี้

      ขอเชิญเข้าร่วมและรับฟังทางออกของเศรษฐกิจพอเพียงกับการนำมาใช้ในภาครัฐและธุรกิจ โดย รศ.ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตรย์ และปาฐกถาพิเศษโดย ดร.อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล ผู้จัดการใหญ่ บางจากปิโตรเลียม

อัพเดทข้อมูลโดย : ผู้ดูแลระบบ
2011-09-24
แหล่งข้อมูลจาก:

( )



GSPA News
รศ.เพื่อสังคม
หน้าหลักสถาบัน (NIDA)
ค้นหารายวิชา
ลงทะเบียน online
กองบริการการศึกษา
ห้องสมุด
เว็บลิงค์
to Top
 
 


Copyright © 2010 The National Institute of Development Administration (NIDA). All rights reserved Mail to web master : gspa@nida.ac.th

cool hit counter